▶ ข่าวเด่น
“แก้มลิงใต้ดิน” พลิกวิกฤติเป็นเงิน

      พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เสนอทางออกน้ำท่วมขังเขตกรุงเทพชั้นใน ทำ “แก้มลิงใต้ดิน” ตามแนวพระราชดำริรัชกาลที่ 9 ใช้พื้นที่สวนเบญฯ 130 ไร่ งบประมาณ 1,000 ล้านบาท พัฒนาครอบคลุม 4 เขต ขนาดพื้นที่ 9 แสนตร.. ช่วยเก็บน้ำได้ 1 แสน ลบ.. จะช่วยลดการสูญเสียทางเศรษฐกิจกว่า 440 ล้านบาท


      ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า หนึ่งในปัญหาใหญ่ที่กรุงเทพฯ กำลังประสบ ไม่ใช่ปัญหาอุทกภัย แต่เป็นปัญหาน้ำท่วมขังในช่วงฝนตก ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชน การคมนาคม ตลอดจนก่อให้เกิดมูลค่าการสูญเสียทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก จึงเป็นที่มาของไอเดียนวัตกรรม แก้มลิงใต้ดิน BKK” ตามแนวพระราชดำริของรัชกาลที่ 9

     ทั้งนี้ โครงสร้างกรุงเทพฯ เป็น แอ่งกระทะ ถนนต่ำกว่าระดับแหล่งน้ำ เมื่อฝนตกลงมา น้ำจึงระบายไม่ได้ เพราะท่อระบายน้ำอยู่สูงกว่าซอย สูงกว่าถนน และแม้ว่ากรุงเทพจะมีอุโมงค์ยักษ์ระบายน้ำ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม แต่ขีดความสามารถในการระบายน้ำที่จำกัด และปัญหาขยะอุดตัน ทำให้ไม่สามารถลำเลียงน้ำไประบายได้เต็มประสิทธิภาพ ทำให้มีปริมาณน้ำรอระบายบนพื้นถนนมากเกินไป จนเกิดปัญหาน้ำท่วมขัง

     ดังนั้น เทคโนโลยีที่จะนำมาแก้ไขปัญหาดังกล่าว ก็คือการสร้างแก้มลิงใต้ดินตามแนวพระราชดำริของรัชกาลที่ 9 ซึ่งที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นเอง ก็มีการสร้างแก้มลิงเก็บกักน้ำไว้ใต้ดิน และสามารถเก็บน้ำได้มากถึง 350,000 ลูกบาศก์เมตร


     อธิการบดี สจล.กล่าวเพิ่มเติมว่า แก้มลิงใต้ดิน เป็นนวัตกรรมอ่างเก็บน้ำใต้ดิน ซึ่งใช้วิธีเปิดหน้าดินเป็นช่องเล็กๆ แล้วใช้เครื่องมือเจาะคว้านดินด้านใน สร้างเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ใต้ดินขึ้น และสร้างท่อระบายน้ำหลัก 4 ท่อ พร้อมเชื่อมกับระบบท่อระบายอื่นๆ ของกทม. เพื่อลำเลียงน้ำฝนบนพื้นถนน ไปกักเก็บไว้ใต้ดินเพื่อรอระบายไปยังแหล่งน้ำ

     สจล. มีแนวคิดการพัฒนานำร่องในพื้นที่สวนเบญจกิติ บนพื้นที่กว่า 130 ไร่ มีขอบเขตการให้บริการครอบคลุมพื้นที่ 900,000 ตารางเมตร ใน 4 เขต คือ เขตคลองเตย เขตวัฒนา เขตสาทร และเขตยานนาวา ครอบคลุมย่านเศรษฐกิจชั้นในทั้งย่านพระราม 4 สุขุมวิท คลองเตย และสาทร ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวจะปราศจากปัญหาเมื่อทำการก่อสร้างและปัญหาเวนคืนที่ดิน โดยสามารถรองรับปริมาณน้ำได้กว่า 100,000 ลูกบาศก์เมตร ช่วยจัดการปัญหาน้ำท่วมขังอย่างมีประสิทธิภาพได้ภายใน 15 นาที โดยคาดคะเนมูลค่าการลงทุนก่อสร้างราว 1,000 ล้านบาท ซึ่งหากแล้วเสร็จ จะทำให้พื้นที่เศรษฐกิจกรุงเทพฯ ชั้นใน ย่านดังกล่าว ไม่มีปัญหาน้ำท่วมขังเนื่องจากน้ำรอระบายอีกต่อไป


    “จากการวิจัยพบว่า หากมีพื้นที่น้ำท่วมขังราว 50% ของพื้นที่กรุงเทพ เป็นระยะเวลา 120 นาที จะก่อให้เกิดมูลค่าการสูญเสียทางเวลาและเศรษฐกิจสูงกว่า 500 ล้านบาท ซึ่งหากเราลดระยะเวลาน้ำท่วมขังในพื้นที่ลงมาเหลือ 15 นาที จะมีมูลค่าการสูญเสียเพียง 60 ล้านบาท หรือเท่ากับสามารถลดมูลค่าการสูญเสียได้กว่า 440 ล้านบาท ในทุกครั้งที่ฝนตกน้ำท่วม และเมื่อเปรียบเทียบกับตัวเลขมูลค่าการสูญเสียทางเศรษฐกิจต่อผลิตภัณฑ์รวมในประเทศ (GDP) ในระยะเวลาน้ำท่วมขัง 2 ชั่วโมงต่อฝนตกหนึ่งครั้ง อยู่ที่ 0.0114% นับว่าแก้มลิงใต้ดิน ใช้งบลงทุนที่น้อย แต่สามารถช่วยจัดการปัญหาเพิ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าว

จากวิเคราะห์ของสำนักวิจัยนวัตกรรมเมืองอัจฉริยะ (SCiRA) สจล. ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การมีแก้มลิงใต้ดินจะช่วยลดปัญหาน้ำท่วมขังที่จะมีผลต่อเศรษฐกิจภาพรวม พร้อมกับการพัฒนานวัตกรรมการออกแบบระบบส่งน้ำ เพื่อการแก้ไขแบบครบวงจร ต่อยอดการบริหารจัดการได้อย่างเป็นระบบ เช่น การเพิ่มระบบการถ่ายน้ำออกจากแก้มลิงใต้ดินไปยังแหล่งน้ำโดยตรง ซึ่งจะทำให้แก้มลิงใต้ดินสามารถเก็บน้ำรอระบายจากพื้นดินได้เพิ่มขึ้น หรืออย่างการสร้างแก้มลิงใต้ดินในตรอกซอยที่เกิดน้ำท่วมขังเป็นประจำ เช่น ย่านราชดำริ ย่านประตูน้ำ เป็นต้น โดยจะทำให้น้ำถูกถ่ายเก็บเข้าสู่แก้มลิงในซอยก่อน ไม่ทำให้ไปท่วมซอยในทันที นอกจากนี้หากมีการประยุกต์นวัตกรรมอื่นๆ เพิ่มขึ้น ตัวอย่างเช่น นวัตกรรมบำบัดสภาพน้ำ ก็จะสามารถนำน้ำที่ถูกเก็บไว้ใต้ดิน กลับมาใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ ได้อีกครั้ง




 ก.ค. 62


 
WEB LINK
กลิ่นหอม น่าทาน ต้องกาแฟ “Gloria Jean’s” 
เขาใหญ่ พาโนรามา
ราคาน้ำมัน

ผู้ชม
วันนี้ 125
เมื่อวาน 312
ทั้งหมด 65,208
ชมหน้าอื่นๆ
วันนี้ 137
เมื่อวาน 316
ทั้งหมด 84,311
 
เว็บสำเร็จรูป
×