ทุนใหญ่เมืองเหนือบุก กทม.

เครือศิริปันนา จากเชียงใหม่เข้าเมืองกรุง ทุ่มทุน 1,400 ล้านบาท เปิดโครงการคอนโดมิเนียมย่านงามวงศ์วาน เจาะกลุ่มเรียลดีมานด์ ตอบโจทย์ผู้บริโภคด้วยทำเลที่ดี ใกล้ระบบขนส่งมวลชน สถานที่สำคัญต่างๆ และราคาต่อ ตร.ม.ที่เหมาะสม เมื่อเทียบกับคอนโดที่อื่นในทำเลใกล้เคียง มีห้องชุด 3 แบบให้เลือก 


นายศุภมิตร กิจจาพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอกภูมิทรัพย์ ดีเวลล็อปเมนท์ จำกัด ในเครือศิริปันนากรุ๊ป เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้เปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียม ONEDER KASET (วันเดอร์ เกษตร) บนที่ดินกว่า 4 ไร่ ในทำเลย่านงามวงศ์วาน มูลค่าโครงการกว่า 1,400 ล้านบาท เป็นอาคารโลว์ไรส์ 8 ชั้นทั้งหมด 3 อาคาร มีจำนวนห้องชุดรวม 585 ยูนิต โดยเริ่มเปิดรอบ VVIP ไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา มีกระแสการตอบรับค่อนข้างดีและได้ยอดจองเข้ามาแล้วกว่า 40% ในช่วง 2 เดือนแรก ซึ่งถือว่าสวนกระแสตลาดคอนโดฯ ที่อยู่ในช่วงขาลง ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว 

โครงการ ONEDER KASET ตั้งอยู่ในชุมชนเมืองขนาดใหญ่ มีทั้งแหล่งงาน ที่อยู่อาศัย ใกล้ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย และใกล้กับรถไฟฟ้าสายสีแดง บางซื่อ-รังสิต ที่เตรียมจะเปิดทดลองให้ประชาชนนั่งฟรีในเดือนกรกฏาคมนี้ โดยตัวโครงการอยู่ห่างจากสถานีบางเขนประมาณ 200 เมตร และในอนาคตบนถนนงามวงศ์วาน จะเกิดแนวเส้นทางของรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล ช่วงแคราย-ลำสาลี (บึงกุ่ม) โดยมีจุดเริ่มต้นจากแยกแครายวิ่งไปตามถนนงามวงศ์วาน

ดังนั้นลูกค้ากลุ่มหลักของโครงการวันเดอร์ เกษตร จะเป็นกลุ่มเรียลดีมานด์ที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง ส่วนอีกกลุ่มจะเป็นนักลงทุนเพื่อปล่อยเช่า เนื่องจากในรัศมีโดยรอบโครงการเป็นที่ตั้งของหน่วยงาน ราชการ รัฐวิสาหกิจ และโรงพยายาล โดยมีราคาขายเริ่มต้น 1.59 ล้านบาท หรือเฉลี่ยตร..ละ 9 หมื่นกว่าบาท ถือเป็นราคาที่ต่ำที่สุด เมื่อเทียบกับคอนโดมิเนียมที่อยู่ในย่านใกล้เคียงกัน ทำให้กลุ่มคนทำงานประจำหรืออาชีพอิสระที่มีรายได้ประมาณ 30,000 บาท ขึ้นไป สามารถเป็นเจ้าของห้องชุดได้ง่าย 


“ที่ดินแปลงนี้เดิมเราวางแผนจะพัฒนาเป็นคอนโดแบบไฮไรส์ เพราะตำแหน่งที่ตั้งของโครงการอยู่ติดถนนใหญ่งามวงศ์วานสามารถพัฒนาเป็นตึกสูงได้ และที่สำคัญได้ผ่านการอนุมัติจากบอร์ดอีไอเอเรียบร้อยแล้ว แต่เราได้ปรับมาเป็นอาคารโลว์ไรส์แทน เพราะมองว่ากลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นเรียลดีมานด์ที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง หากพัฒนาเป็นตึกไฮไรส์อาจจะไม่ตอบโจทย์ของลูกค้ากลุ่มนี้” นายศุภมิตร กล่าว 

ส่วนสาเหตุที่ขยายฐานการลงทุนเข้ามาในกรุงเทพฯ ซีอีโอ บริษัท เอกภูมิทรัพย์ฯ กล่าวว่า ต้องการขยายพอร์ตการลงทุนของกลุ่มศิริปันนากรุ๊ปให้กว้างขึ้นและสร้างฐานลูกค้าใหม่ๆ โดยมองว่ากรุงเทพมีกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายทั้งอายุและอาชีพเมื่อเทียบกับฐานลูกค้าในต่างจังหวัดที่มีจำกัด ขณะเดียวกันกรุงเทพยังเป็นแหล่งงานขนาดใหญ่ มีจำนวนประชากรที่ใช้ชีวิตหมุนเวียนมากกว่าจังหวัดอื่น ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีของการเข้ามาลงทุน

ที่สำคัญคือ ต้องการสร้างดีเอ็นเอของแบรนด์ศิริปันนาให้เป็นที่รู้จักของลูกค้ากลุ่มใหม่ ที่มีจุดขายเกี่ยวกับพื้นที่สวนส่วนกลางขนาดใหญ่และความร่มรื่นของโครงการ ดังนั้นบริษัทฯ จึงได้ปรับผังโครงการใหม่เป็นตึกโลว์ไรส์ 8 ชั้น และเพิ่มพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่เกือบ 2 ไร่ กระจายอยู่รอบโครงการ โดยเฉพาะพื้นที่สวนขนาด 1 ไร่ที่อยู่ตรงกลางระหว่างอาคารทั้ง 3 ตึก

โครงการมีห้องชุดให้เลือกตอบโจทย์การอยู่อาศัยได้จริงถึง 3 แบบ โดยเฉพาะห้องชุดแบบสตูดิโอที่มีจำนวนห้องชุดมากที่สุด ขนาดพื้นที่ใช้สอย 21.50-25.35 ตร.ม. ออกแบบมุมพักผ่อนแยกออกจากห้องครัวและห้องแต่งตัว นอกจากนี้ยังมีห้องชุดแบบ 1 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ใช้สอย 27.95-28.85 ตร.ม. จัดวางตำแหน่งของห้องครัวให้อยู่ติดกับระเบียง เพื่อช่วยระบายอากาศ และห้องชุดแบบ 1 ห้องนอน พลัส ซึ่งมีประมาณ 15% ของห้องชุดทั้งหมด ขนาดพื้นที่ใช้สอย 35-36 ตร.ม. มีพื้นที่ Multi-purpose ที่ปรับเปลี่ยนเป็นห้องนอนเล็กหรือห้องทำงานได้ ส่วนห้องน้ำสามารถเข้า-ออก ได้จาก 2 ทาง  

โครงการวันเดอร์ เกษตร ออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ “Oneders of The World – Fill Your World Wonder” อัดแน่นไปด้วยความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของโลก ที่ถูกถ่ายทอดผ่านงานสถาปัตยกรรมในรูปแบบของเส้นสาย องค์ประกอบ สีสัน และวัสดุ อันเป็นเอกลักษณ์ของทั้ง 3 อาคาร โดยแต่ละอาคารจะมี Facilities เป็นของตัวเอง ซึ่งตอนนนี้โครงการอยู่ระหว่างการก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งโครงการและส่งมอบให้กับลูกค้าได้ประมาณช่วงครึ่งหลังของปี 2565 

ทั้งนี้ เดิมครอบครัวกิจจาพิพัฒน์ทำธุรกิจโรงแรมอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่มากว่า 10 ปี ปัจจุบันมีโรงแรมที่บริหารอยู่ 3 แห่ง ประกอบด้วยโรงแรมศิริปันนา วิลล่า รีสอร์ท แอนด์ สปา,โรงแรมศิริปันนา แกลอรี เชียงใหม่ และโรงแรมเอส ลอฟ เชียงใหม่ โดยในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 โรงแรมทั้ง 3 แห่งได้รับผลกระทบไปพอสมควร เพราะต้องปิดให้บริการในช่วงที่มีการล็อคดาวน์ และเพิ่งกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งช่วงเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา


นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ลงทุนเปิดตัวคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ 2 โครงการ ตั้งอยู่บนถนนมหิดล ตรงข้ามห้างสรรพสินค้าพรอมเมนาดา รีสอร์ท มอลล์ ซึ่งตอนนี้ปิดการขายไปหมดแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างเปิดขายโครงการเอกลักษณ์ สันทราย โครงการบ้านเดี่ยวระดับพรีเมี่ยมสูง 3 ชั้น ขนาดพื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นกว่า 200 ตารางเมตร ราคา15 ล้านบาทขึ้นไป และเมื่อปลายปี 2563 บริษัทฯ ได้ขยายพอร์ตการลงทุนจากธุรกิจโรงแรมที่อยู่ในจังหวัดเชียงใหม่เข้ามาลงทุนตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ด้วยการเปิดคอนโดมิเนียม ONEDER KASET
 
เว็บสำเร็จรูป
×