ไปรษณีย์อัพบริการใหม่ให้ผู้ใช้สะดวก
 
           ไปรษณีย์ไทย เร่งปรับตัวรับกระแสไลฟ์สไตล์คนไทยที่เปลี่ยนไปใช้ซื้อ-ขายสินค้าผ่าน   อี-คอมเมิร์ซ มากขึ้น โดยวาง 3 เรื่องหลัก ยกระดับการให้บริการ “พัฒนาคลังสินค้าครบวงจร-รถขนส่งควบคุมอุณหภูมิ-ขยายตลาดชายแดน” 



            นายกาหลง ทรัพย์สอาด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร รักษาการในตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ในปีนี้ บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าในการสนับสนุนการขนส่งโลจิสติกส์ อย่างต่อเนื่อง เพราะปัจจุบันคนไทยมีแนวโน้มที่จะใช้บริการธุรกิจ e-Commerce มากยิ่งขึ้น อีกทั้งผู้ให้บริการขนส่งในขณะนี้มีการให้บริการที่ใกล้เคียงกัน คือ เน้นที่ความเร็ว ความรับผิดชอบ และตั้งราคาให้ต่ำเพื่อทำการแข่งขัน รวมถึงการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้งาน ไปรษณีย์ไทยจึงเดินหน้ายกระดับการให้บริการด้านโลจิสติกส์มากยิ่งขึ้นเพื่อความสะดวกสบายของผู้ใช้บริการ ดังนี้

            1.เร่งพัฒนาคลังสินค้าครบวงจร 
            เดิมไปรษณีย์ไทยเน้นขนส่งเพียงอย่างเดียว แต่ในปี 2564 ไปรษณีย์ไทยมีแผนการดำเนินการด้าน Supply Chain ให้ครอบคลุม โดยเฉพาะกับกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่ปัจจุบันมีการซื้อขายสิ่งของออนไลน์มากขึ้น คือ การทำคลังสินค้าครบวงจร อำนวยความสะดวกให้กับลูกค้ามากขึ้น ด้วยแนวคิด หยิบ-พิค-แพค-แปะ-ส่ง ซึ่งบริการ Fulfillment แบบครบวงจร สามารถนำสินค้ามาเก็บไว้ที่คลัง เมื่อมีคำสั่งซื้อก็สามารถรวบรวมจัดส่งสินค้าได้ โดยเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ได้เริ่มดำเนินการไปบ้างแล้วในพื้นที่ของกรุงเทพ และจากนั้นจะค่อยๆ ขยายการให้บริการไปยังพื้นที่ต่างจังหวัด โดยนำพื้นที่ของไปรษณีย์มาปรับเป็นคลังสินค้าย่อย



            2.รถขนส่งควบคุมอุณหภูมิ
            ไปรษณีย์ไทยได้ร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการจัดส่งผักผลไม้ที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ โดยพัฒนาระบบโลจิสติกส์ให้ครอบคลุมการจัดส่งของสด ซึ่งปัจจุบันการแข่งขันในการส่งสิ่งของแช่แข็งยังมีน้อยราย ไปรษณีย์ไทยจึงได้เริ่มการให้บริการด้วยรถขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างทดลองการจัดส่งในธุรกิจรายย่อย และในปี 2564 มีแผนที่จะขยายการให้บริการให้ทั่วถึงทั้งประเทศ ซึ่งศูนย์กระจายสินค้าของไปรษณีย์ไทย 15 จุดในปัจจุบันได้เริ่มใช้รถควบคุมอุณหภูมิแล้ว เช่น การบริการขนส่งสินค้าประเภทอาหาร ผลผลิตทางการเกษตร และของสดอื่นๆ โดยนำร่องให้บริการในจังหวัดอุดรธานี หนองคาย ซึ่งมีแผนจะเตรียมนำมาให้บริการที่จังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อขนส่งพุทรานมสด “ทันสุข” ต่อไป นอกจากนี้ ไปรษณีย์ไทยยังได้จับมือกับหน่วยงานต่างๆ เช่น กระทรวงสาธารณสุข สปสช. ในการจัดส่งยาและเวชภัณฑ์ที่ต้องควบคุมอุณหภูมิไปถึงผู้รับด้วย 



            3.เพิ่มศักยภาพศูนย์ไปรษณีย์ชายแดน เจาะตลาดขนส่งระหว่างประเทศ
            ปัจจุบันความต้องการในการจัดส่งสินค้าข้ามแดนมีมากขึ้น ซึ่งตามปกติแล้วไปรษณีย์ไทยมีการแลกเปลี่ยนถุงไปรษณีย์ระหว่างประเทศกับประเทศเพื่อนบ้านบริเวณชายแดน เช่น ลาว กัมพูชา เวียดนาม และมาเลเซีย อยู่เป็นประจำ ในปี 2564 จึงได้วางแผนในการยกระดับศักยภาพการให้บริการระหว่างด้วยการสร้างคลังเก็บ และจัดการสินค้าเพื่อรองรับสินค้าที่นำเข้า-ส่งออกด้วยระบบออโตเมชั่น โดยเริ่มดำเนินการในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษที่มีสินค้าเข้ามาจำนวนมาก
            ทั้งนี้ ด้านธุรกิจระหว่างประเทศ ปณท จะเร่งรุกแผนการตลาดและการขายบริการระหว่างประเทศปี 2564 โดยจะเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ผ่านกลยุทธ์ด้านราคา และร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อยกระดับการให้บริการระหว่างประเทศให้มากขึ้น ซึ่งในส่วนของการนำสินค้ากลุ่ม e-Commerce จากต่างประเทศเข้ามาจัดส่งในประเทศไทยเอง ก็จะมีการเพิ่มบริการใหม่ๆ เพื่อรองรับธุรกิจ e-Commerce มากขึ้น เช่น การอำนวยความสะดวกสำหรับผู้สั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศที่ต้องเสียภาษีอากรและภาษีมูลค่าเพิ่มให้ง่ายยิ่งขึ้น

 
เว็บสำเร็จรูป
×